วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การเตรียมความพร้อมก่อนและหลังการแปลงเพศ




การเตรียมความพร้อม


ก่อนและหลังการแปลงเพศ

คุณเคยรู้สึกอึดอัดกับคำว่าครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไหมคะ?

      “ฉันเป็นเพศอะไรกันแน่” หรือ “ฉันเป็นผู้ชายจริง ๆ หรอ” เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดมาด้วยคำถามแบบนี้ตลอดชีวิตของการเป็นคน การฝืนเป็นในสิ่งที่ไม่อยากจะเป็นนั้น เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับทุก ๆ คนที่ได้ประสบพบเจอกับความรู้สึกเช่นนี้ บ้างก็ว่ามันคือเวรกรรม บ้างก็ว่ามันคือความผิดปกติทางโครโมโซม หรือบ้างก็ว่ามันเกิดจากการเลี้ยงดู จะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่เมื่อเกิดมาแล้วก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากว่า เราจะอยู่กับคำถามพวกนี้อย่างมีความสุขได้อย่างไร

     

      การตัดสินใจเปลี่ยนการใช้ชีวิตตามเสียงหัวใจที่เรียกร้องคือคำตอบของเด็กชายเหล่านั้น พวกเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองในระดับพื้นฐานคือการกินยาคุมเพื่อให้ร่างการมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น


และค่อยๆปรับเปลี่ยนตัวยาที่มีความเข้มข้นทางการเปลี่ยนร่างที่บึกบึนให้เป็นร่างบางร่างเพรียว นั่นก็คือการทานฮอร์โมนเพศหญิงและยาต้านฮอร์โมนเพศชาย

  จนกระทั่งการฉีดตัวยาเข้าเส้นเลือดที่มีค่าใช้ข่ายสูงพอประมาณไหนจะค่าตัวยา และค่าฉีดอีก


พวกเธอยอมเจ็บแต่ไม่ยอมฝืนความรู้สึกของตัวเอง ถึงแม้ว่าทุกอย่างที่กล่าวมานั้น ต้องจ่ายเงินไม่ใช่น้อย ๆ เลยสำหรับเด็กคนหนึ่งก็ตาม เรียกได้ว่ายอมอดกินขนมเพื่อเก็บเงินซื้อฮอร์โมน เพื่อให้ได้ร่างกายที่เป็นผู้หญิงตามที่ต้องการ


เปลี่ยน “ฝัน” ให้เป็น “จริง”

หลังจากที่กินฮอร์โมนมาได้สักระยะ พวกเขาก็ตัดสินใจใช้ชีวิตเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแบบผู้หญิง ไว้ผมยาว แต่งหน้า หรือกริยาท่าทางที่เป็นกุลสตรีมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าสาวบางคนสวยจนไม่รู้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายมาก่อน พอใช้ชีวิตแบบนี้มาได้สักระยะ สาว ๆ ทุกคนก็หนีไม่พ้นความใฝ่ฝันอยากจะ “แปลงเพศจากชายเป็นหญิง”  

การแปลงเพศถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ เพราะมันคือการเปลี่ยนจากเพศหนึ่งไปเป็นอีกเพศหนึ่ง หรือพูดง่าย ๆ คือเปลี่ยนชีวิตของคน ๆ หนึ่งเลย แล้วก็ยังเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงค่าใช่จ่ายที่สูงมาก ฉะนั้นจะต้องคิดอย่างรอบคอบ ถามตัวเองให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรากำลังจะเปลี่ยนนั้นคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆหรือเปล่า และจะต้องพร้อมจริงๆทั้งด้านทุนทรัพย์และด้านร่างกาย วันนี้อินก็เลยจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนและหลังผ่าตัดแปลงเพศ เริ่มกันเลยยยยย






1.จะต้องมีการใช้ฮอร์โมนมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี แล้วก็ต้องใช้ชีวิตแบบผู้หญิงมาก่อน 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าเราต้องการเป็นผู้หญิงจริง ๆ และเหมือนเป็นการซ้อมก่อนจะเป็นผู้หญิงเต็มตัวทั้งกายและใจ


2.เราจะเข้ารับการผ่าตัดได้ก็ต่อเมื่ออายุ 20 หากอายุยังไม่ถึงคือ 18-19 ปี จะต้องมีการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน โดยการให้ผู้ปกครองเซ็นรับรอง ถ้าต่ำกว่า 18 ปีผ่าตัดไม่ได้เพราะจะผิดกฎหมาย


3.เข้าไปพบหมอที่ตะผ่าตัดให้เรา เพื่อเข้าไปปรึกษาแล้วนัดวันผ่าตัด  และสอบถามความต้องดารของเราในการผ่าตัดครั้งนี้ เช่นความลึก ความอวบของอวัยวะเพศ ถ้าอวัยวะเพศเล็กมากอาจต้องต่อกราฟ หรือต่อด้วยลำไส้


4.ต้องมีใบรับรองจากจิตแพทย์ จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามีความอยากเป็นผู้หญิงจริง ๆ คือเป็นการทดสอบสภาพจิตใจของเราก่อนจะเป็นผู้หญิง รวมถึงทดสอบว่าเราไม่ได้เป็นโรคทางประสาท

5.ต้องงดฮอร์โมน ประมาณ 1 เดือน และอาหารเสริมทุกชนิด เพราะอาหารเสริมบางชนิดมีผลทำให้เลือดไหลไม่หยุด

6.ต้องบอกหมอด้วยว่าแพ้ยาอะไรอันนี้เป็นผลดีกับตัวเรานะ


อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมหลังการผ่าตัด

•ผ้าอนามัย (ซื้อเตรียมไว้เลยค่ะ ต้องใช้แน่นอน)



• อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำเพราะก่อนแปลงเพศเราต้องอาบน้ำก่อน  ไม่งั้นอีก 5 วันเราจะเน่าค่ะ หลังจากผ่าตัดห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาดไม่งั้นจะติดเชื้อได้ค่ะ


•ถุงยางอนามัย (เอาไว้สวมแท่งแก้วก่อนโม)


• น้ำยาหล่อลื่น ไว้ทางก่อนจะสอดแท่งแก้วเข้าไปในช่องคลอด


•เบตาดีน


• คัตเติ้ลบัต อันนี้เอาไว้ทำความสะอาดตรงคลิตอลิส


• ครีมทาแผล สำหรับลดรอยแผลเป็น






ขั้นตอนก่อนขึ้นเขียง



       หมอจะให้พยาบาลมาโกนขนจุดซ่อนเร้นเราจนสะอาด และต้องดีท็อก จนน้ำสะอาด แล้วค่อยทำการอาบน้ำและนอนรอ เวลาขึ้นเขียงทำใจเย็น ๆ หมอจะมาคุยกับเราอีกรอบ เพื่อความแน่ใจก่อนเข้าห้องผ่าตัด


  ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 5 – 7 ชั่วโมง พอเราตื่นจะมีคนจะพากลับห้อง ระยะเวลาที่นอนบนเตียงที่โรงพยาบาล 5 วัน






 



















รูปการผ่าตัด


  หลังจากนั้นหมอจะเปิดแผลเพื่อดูความเรียบร้อยของแผลที่เย็บไป ก่อนกลับบ้านหมอจะสอน
วิธี “โมล์” เพราะจะต้องโมล์ตลอดชีวิต ไม่เช่นนั้นแผลจะตัน








วิธีดูแลตัวเองหลังการแปลงเพศ
1. กินอาหารอ่อน ๆ และอาหารที่ไม่ทำให้เราต้องใช้แรกเบ่งอุจจาระมาก ๆ นะคะ เช่นโจ๊ก ก๊วยจั๊บค่ะ
2.หมอจะมียาแก้ปวดมาให้กินตลอด พร้อมยาลดบวม ส่วนใหญ่ทรมานตอนเดิน ตอนนั่ง และตอน “โม” มากกว่าค่ะ กว่าจะเดินได้ปกติ ก็เกือบ 2 เดิอน บางคนถึงกับต้องนั่งห่วงยางหรืออะไรนุ่มเพราะทรมานมาก

3.การล้างแผล ใช้เบตาดีนหรือเดทตอล 5cc. ผสมน้ำ 1 ลิตร สวนล้างในช่องคลอดเช้า-เย็น ประมาณ 3 อาทิตย์ หลังจากนั้นเช็ดแผลให้แห้งโดยใช้สำลีชุบเบตาดีนหรือใช้ผงแบคทาซินโรยที่แผลถ้ามีปัญหาเรื่องเลือดออกมากผิดปกติ อาจโทรปรึกษาแพทย์ได้

 4.ดูแลรักษาไม่ให้ช่องคลอดตีบตัน โดยใช้อุปกรณ์เทียมที่ทำจากแท่งซิลิโคนชนิดนุ่มหรือเทียนเหลาให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย ควรหมั่นขยายช่องคลอดเทียมอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งๆ ละประมาณ 15 - 30 นาทีเริ่มขยายช่องคลอด โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กในวันที่ 7 หลังผ่าตัดและใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่วันที่ 21 หลังผ่าตัดต่อ

5.หลังจาก 2 เดือน อาจใช้ขยายช่องคลอดวันละครั้งได้โดยควรต้องขยายช่องคลอดทุกวันเป็นเวลา 2 ปี หรืออย่างน้อย 6 เดือน ยกเว้น กรณีที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ อาจไม่ต้องทำการขยายช่องคลอดได้
วิธีการโมล์
ทิศทางการใส่โมล์กขยายช่องคลอดทำโดยใส่โมล์กดลงในช่องคลอดตรงๆ แล้วเปลี่ยนทิศทางไปด้านหน้าหลังจากเข้าไปประมาณ 2 ใน 3 ของแท่งเทียน ตามแนวโค้งของกระดูกหลัง
หลังโมแล้ว ควรล้างด้วย เดทตอลนะคะ ตามอัตราส่วนในข้อ 3 และ 7
 
6. งดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 4 อาทิตย์
   4  อาทิตย์หลังผ่าตัดสามารถมีเพศสัมพันธ์โดยใส่ถุงยาง ป้องกันการติดเชื้อและฉีดขาด
   8  อาทิตย์ หลังผ่าตัดสามารถมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง เพราะแผลหายดีแล้ว
คลิปสัมภาษณ์จากผู้มีประสบการณ์
1.สัมภาษณ์คุณเปา
2.สัมภาษณ์คุณจูน
    ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาว ๆ ที่คิดจะแปลงเพศนะคะ ที่สำคัญเลยคือถามใจตัวเองดีๆก่อนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ไหม เพราะถ้าตัดสินใจไปแล้ว มันเอาคืนกลับมาไม่ได้นะ .....ด้วยความหวังดี
 ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลเพิ่มเติม
คุณจูนม.รังสิต และคุณเปาม.รังสิตที่มาให้ข้อมูลจากประสบการณ์จริง